Kiki’s Delivery

รีวิวแอนิเมชั่น แม่มดน้อยกิกิ (1989)

Kiki’s Delivery Service (1989) แม่มดน้อยกิกิ อนิเมะที่ให้แรงบันดาลใจในเรื่องของการค้นหาตนเอง การก้าวผ่านอุปสรรคด้วยความเข้มแข็งและความรักในตัวเอง แม่มดน้อยกิกิ อนิเมะจากสตูดิโอจิบลิ ถ้านับตั้งแต่เวลาเผยแพร่จนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลา 32 ปี ที่แม่มดน้อยกิกิได้สร้างแรงบันดาลใจและความสุขให้แก่คนทั่วทั้งโลก

กล่าวได้ว่าเป็นอนิเมะที่กาลเวลาไม่สามารถฆ่าได้ แม่มดน้อยกิกิเป็นเรื่องราวของแม่มดสาวน้อยที่อายุครบ 13 ปี และตามกฎแล้วเธอต้องออกจากบ้านเพื่อไปทำงานและค้นหาตัวเองในเมืองซักเมืองเป็นเวลาหนึ่งปี แต่ลึก ๆ แล้วเธอก็ยังคงสับสนและหนักใจอยู่เพราะสิ่งที่เธอคิดว่าทำได้ดีที่สุดก็คือการขี่ไม้กวาด ทั้ง ๆ ที่เธอขี่ไม้กวาดได้ไม่ค่อยเก่งเอาเสียเลย

รีวิว

หากได้ดูเรื่องนี้ในสภาวะที่หมดไฟหรือหมดแรงใจในการใช้ชีวิต อนิเมะเรื่องนี้อาจไม่ได้ให้ไฟของใครกลับอื่นมา เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ต้องมาจากข้างในตัวเราเอง กลับกันแม่มดน้อยกิกิ ทำให้เราย้อนมองตัวเองว่าแท้จริงแล้วเราพยายามอยู่ทุกวันนี้ไปเพื่ออะไรกัน สิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันที่คิดว่าชอบและเป็นสิ่งที่ดี อนิเมะ พระเอกเทพ

นั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วจริง ๆ หรือ แล้วถ้าหากเราเจอสิ่งที่เราชอบและสามารถทำได้แต่เรากลับทำมันไม่ได้ดีที่สุดอย่างที่เราหวังล่ะ ความสับสนในวัยที่กำลังเติบโตของกิกิจึงเป็นตัวแทนของความหวังที่ว่าซักวันหนึ่งเราจะสามารถเจอสิ่งที่เราทำได้ดีและเข้ากับการใช้ชีวิตของเราในที่สุด โดยไม่จำเป็นว่าสิ่งนั้นต้องเป็นสิ่งที่เราทำได้ดีกว่าคนอื่นหรือดีที่สุด แต่ก็ควรเป็นสิ่งที่เราทำได้ดีและมีคุณค่าในจุดยืนที่เป็นตัวเราก็พอ

การดำเนินเรื่องของ Kiki’s Delivery Service เป็นไปอย่างช้า ๆ ในสไตล์ของสตูดิโอจิบลิ ระหว่างที่ดูเราก็สามารถซึมซับเนื้อเรื่องและโทนของเรื่อง ผ่านบรรยากาศ ความคิดและความรู้สึกของตัวละครโดยไม่ต้องอธิบายเป็นบทพูด ตัวเอกของเรื่อง (กิกิ) ได้ดำเนินชีวิตในเมืองใหญ่ไปเรื่อย ๆ พบเจอเรื่องราวระหว่างทางและระหว่างนั้นเธอก็ต้องค้นหาตัวเองไปด้วย

หากลองพิจารณาดี ๆ ประเด็นการค้นพบบางอย่างในตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึก ความสับสน ความสามารถหรืออะไรก็ตามแต่เป็นสิ่งที่ทำให้คนเราว้าวุ่นใจได้เสมอไม่ว่าจะอยู่ในวัยใด ซึ่งสิ่งที่เราพอจะทำได้ก็คงเป็นการทำใจยอมรับความเปลี่ยนแปลงของเราเองที่เราก็ไม่อาจจะควบคุมมันได้

ฉากที่ประทับใจในแม่มดน้อยกิกิ คือฉากที่กิกิได้ไปบ้านของจิตรกรวาดภาพเพื่อพักผ่อนที่บ้านในป่าของจิตรกรสาว โดยในช่วงนั้นกิกิไม่สามารถใช้เวทมนตร์ ไม่สามารถขี่ไม้กวาดได้และคุยกับแมวได้ เพราะความไม่มั่นใจ ความสับสน ที่ทำให้เธอสูญเสียความสามารถและความเป็นตนเองไป บทสนทนาระหว่างจิตรกรสาวกับกิกิมีอยู่ว่า

“การวาดภาพกับเวทมนตร์ก็คล้าย ๆ กัน บางครั้งฉันก็วาดไม่ได้”

“จริงเหรอคะ เป็นแบบนั้นเหรอ ฉันเคยบินได้โดยไม่ต้องคิดอะไรเลย แต่ตอนนี้ฉันจำไม่ได้แม้กระทั่งว่าฉันทำมันได้ยังไง”

“เวลาเป็นแบบนั้นเธอรู้ไหมฉันทำอะไร วาดภาพไง มันช่วยกำจัดความผิดหวังของฉัน”

“แต่ถ้าฉันยังบินไม่ได้”

“ฉันก็แค่หยุด ไปเดินดูวิวไกล ๆ งีบหลับตอนเที่ยง ไม่ต้องทำอะไร จากนั้นอยู่ดี ๆ ฉันก็วาดรูปได้อีกครั้ง”

จากบทพูดข้างต้นทำให้เราได้รู้ว่าบางครั้งหากเราอยู่ในสถานการณ์ทำอะไรไม่ได้ ไม่ว่าจะใช้ความพยายามมากแค่ไหน ซึ่งนั่นทำให้รู้สึกเครียด กังวล และหมดแรงใจ แต่ทว่าการที่เราเครียดไปมันก็ไม่ได้อะไร เราจึงควรพักซักหน่อย กลับมาดูแลใจของตนเองก่อนซักนิด และเชื่อมั่นในตนเองว่าเราสามารถทำมันได้

มีฉากหนึ่งใน old-fashioned ที่กิกิรู้สึกไม่มั่นใจในตนเองเพราะว่าชุดที่เธอใส่นั้นดู old fashion และไม่น่ารักเหมือนกับเด็กคนอื่น ๆ แต่พอมีคนชมเธอว่ามันเหมาะกับเธอนะ มันดูลึกลับและน่ารักดี กิกิจึงรู้สึกชื้นใจขึ้นมาบ้าง ซึ่งหากเปรียบเทียบในชีวิตจริง บางทีที่คนเราพยายามทำอะไรให้เหมือนคนอื่นหรือเปลี่ยนแปลงตนเองให้เป็นเหมือนแบบคนอื่นที่เราคิดว่าดี

ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด อาจจะเพื่อให้สามารถเข้ากับคนอื่นได้และไม่ดูแปลกแยก หรืออยากแค่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง จนในบางครั้งอาจจะลืมความเป็นตัวเองไป หากเป็นเช่นนั้นก็อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีเท่าไหร่นัก เพราะในทุกสังคมล้วนมีความแตกต่าง และความแตกต่างนั้นทำให้โลกนี้ไม่น่าเบื่อและมีสิ่งใหม่ให้เรียนรู้เสมอ อีกทั้งคนเรามันจะเหมือนกันทุกคนก็เป็นไปไม่ได้อีก จริงมั้ย

ด้วยการเล่าเรื่องที่เนิบช้าและให้ความรู้สึกอบอุ่นทำให้แม่มดน้อยกิกิ  เป็นหนึ่งในอนิเมะที่ดูทีไรก็รู้สึกอิ่มเอมใจและมีความสุขไปกับตัวละคร โดยมีพื้นหลังเป็นบรรยากาศของเมืองใหญ่ที่ทุกคนต่างใช้ชีวิตของตัวเอง แม่มดน้อยกิกิให้ข้อคิดในเรื่องของเป้าหมายและการใช้ชีวิต ดูอนิเมะ

เราอาจจะไม่ต้องเก่งที่สุดในสิ่งที่เราถนัด เราแค่ทำมันให้ดีที่สุดในจุดยืนของตัวเองก็พอ และหากวันใดที่เรารู้สึกว่าสูญเสียความสามารถของตนเองหรือสูญเสียสิ่งที่ถนัดหรือชอบไปด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ นั่นอาจหมายความว่าเราควรต้องหยุดพักหายใจ ปรับโฟกัสของตัวเองให้มองเรื่องอื่น ๆ ในชีวิตบ้าง ผ่อนคลายตัวเองให้เป็น แล้วค่อยกลับมาทำสิ่งที่ต้องทำหลังจากนั้น ก็ไม่ได้สายอะไร

หากพูดในเรื่องของเพลงก็คงไม่ทำให้ผู้ชมผิดหวัง เพราะเพลงประกอบอนิเมชัน Kiki’s Delivery Service นั้นติดหูจนต้องไปค้นหาต่อเลยทีเดียวว่าคือเพลงอะไร ส่วนตัวแล้วชอบเพลง message by rouge มากที่สุด เพราะสามารถสัมผัสได้ถึงการเดินทางที่เต็มเปี่ยมไปความกล้าหาญและความสดใสผ่านเมโลดี้เปียโนที่ให้ความรู้สึกอารมณ์ดี มีความหวังและคิดบวก พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเรื่องท้าทายและพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ในเวลาเดียวกัน เป็นดนตรีที่ให้พลังงานบวกเยอะมากหลังจากที่ได้ฟัง

สรุป

แม่มดน้อยกิกิ เป็นหนึ่งในอนิเมชันที่ควรดูและห้ามพลาด เพราะด้วยงานภาพ เพลงประกอบอนิเมชันและเรื่องราวโทนอบอุ่นหัวใจที่ประกอบกันได้อย่างลงตัว สามารถทำให้วันที่เหนื่อยล้ากลับมามีชีวิตชีวาขึ้นได้ อีกทั้งยังพาเราไปร่วมผจญภัยในโลกใบเล็ก ๆ ของแม่มดน้อยกิกิและเอาใจช่วยให้เธอผ่านปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ไปด้วยหัวใจที่แข็งแกร่งและเปี่ยมสุข